ปัจจัย การออกแบบกราฟิก

“ทล.” เปิดแผนสร้างถนนเพชรเกษม เขาหลัก – ลำแก่น 500 ล้าน บูมแลนด์บริดจ์

“ทล.” เร่งสำรวจออกแบบ สร้างถนนเพชรเกษม ช่วง เขาหลัก – ลำแก่น จ.พังงา 500 ล้านบาท เชื่อมอ่าวไทย – อันดามัน หนุนแลนด์บริดจ์

ปัจจัย การออกแบบกราฟิก

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงเร่งดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบเพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้และด้านการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคกระตุ้นความเจริญทางด้านเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนยุทธศาสตร์ของกรมทางหลวงด้านการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับความปลอดภัยในการสัญจร และพัฒนาคุณภาพการให้บริการของระบบทางหลวง จึงได้เร่งรัดให้กรมทางหลวงดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบขยายทางหลวงจากขนาด 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 4 ตอน (ถนนเพชรเกษม) เขาหลัก – ลำแก่น จังหวัดพังงา ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 500 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา คาดว่าเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2568 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี

ทั้งนี้กรมทางหลวง โดยสำนักสำรวจและออกแบบขานรับนโยบายดังกล่าว จึงเร่งดำเนินการโครงการสำรวจและออกแบบเพื่อขยายทางหลวงหมายเลข 4 ตอน เขาหลัก – ลำแก่น ให้มีขนาด 4 ช่องจราจร เนื่องจากสภาพเส้นทางเดิมเป็นทางลาดยางขนาด 2 ช่องจราจร แนวเส้นทางจะลัดเลาะคดเคี้ยวตามขอบภูเขาทำให้การเดินทางและภาคการขนส่งสินค้าไม่ได้รับความสะดวกและมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง กรมทางหลวงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงดำเนินโครงการออกแบบขยายทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ตอน เขาหลัก – ลำแก่น โดยมีจุดเริ่มต้นที่ กม. 796+900 พื้นที่ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จากนั้นแนวเส้นทางผ่านแยก ซอยนางทอง ศาลเจ้าพ่อเขาหลัก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก – ลำรู่ และจุดสิ้นสุดโครงการบนทางหลวงหมายเลข 4 ที่ กม. 802+900 ในพื้นที่ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา รวมระยะทางทั้งสิ้น 6 กิโลเมตร ครอบคลุม 2 อำเภอ 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า และตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา

ธุรกิจแปลกๆ ในเกาหลี

ส่องสตาร์ตอัปด้าน “ธุรกิจอวกาศ” ของไทย

NIA ดันสตาร์ตอัปสายอวกาศ ผ่าน “Space Economy: Lifting Off 2022” พร้อมอวดโฉมน้องใหม่ของวงการอวกาศ

ก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีอวกาศ กับธุรกิจแห่งอนาคต มาทำความรู้จักกับคำว่า “เทคโนโลยีอวกาศ” หรือที่เราคุ้นหูกันบ่อย ๆ ก็คือ “Space Tech” แท้จริงแล้วมันคืออะไร แล้วจะนำไปต่อยอดในธุรกิจได้อย่างไร

ธุรกิจที่น่าสนใจ 2565

มาค้นหาคำตอบไปพร้อมกันจากโครงการ “Space Economy : Lifting Off 2022” หนึ่งในกิจกรรมจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ที่ดำเนินการร่วมกับภาคีความร่วมมืออวกาศไทยเพื่อผลักดันเศรษฐกิจอวกาศให้เกิดขึ้น ด้วยการพัฒนาผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีอวกาศให้มีบทบาทสามารถเติบโตได้ในอุตสาหกรรมอวกาศ และลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

อุตสาหกรรมดาวเทียมได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รวมถึงองค์การนาซา (NASA) ได้ประกาศว่า จะมีวัตถุอวกาศลอยอยู่รอบโลกถึง 4,000 ดวง ในมุมผู้ประกอบการดาวเทียม หากดาวเทียมที่ให้บริการอยู่เกิดเสียหายขึ้นมากะทันหัน ดาวทีมที่ใช้เกิดปัญหาภาพดับ ภาพล้ม เช่น การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 1 หมื่นล้านบาท จะเกิดผลเสียแค่ไหน และจะมีวิธีการรับมืออย่างไร ซึ่งทาง “ทีม SpaceDox” สตาร์ตอัปจากโครงการ Space Economy : Lifting Off 2022 ได้ทำการสำรวจว่า หากดาวเทียมใช้งานไม่ได้จะเกิดผลเสียหายราว 1 พันล้านบาท

โดยส่วนใหญ่แล้วสาเหตุของการทำให้ดาวเทียมขัดข้องเกิดมาจากการชนกันของวัตถุในอวกาศ ทำให้รับส่งสัญญานไม่ได้ ในปี 2565 นโยบาย Open Sky จากรัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการด้านดาวเทียมเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ นั่นหมายความว่า การส่งสัญญาน หรือการให้บริการดาวเทียมจะมีการตั้งสถานีภาครัฐในส่วนของภาคพื้นดินที่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น